Lady Dior Bag จากเจ้าหญิงสู่ไอคอนเหนือกาลเวลา

Lady Dior

เชื่อว่าคุณผู้หญิงหลายคนคงจะต้องเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างกับกระเป๋า Lady Dior ครับ เพราะนอกจากจะรูปทรงสวยงามแล้ว ยังสื่อให้เห็นถึงความโดดเด่นของผู้ใช้อีกด้วย

แต่รู้ไหมครับว่ากระเป๋า Lady Dior นั้นไม่ได้เป็นชื่อนี้มาตั้งแต่แรก แต่ใช้อีกชื่อหนึ่งจนเจ้าหญิงไดอาน่าได้เข้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนทุกอย่างของกระเป๋าใบนี้ไป..

จุดเริ่มต้น: จาก "Chouchou" สู่ Lady Dior

1.การกำเนิดภายใต้ชื่อ “Chouchou” (ค.ศ. 1994)

กระเป๋ารุ่นนี้ถูกออกแบบโดย Gianfranco Ferré ซึ่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Dior ในขณะนั้น โดยถูกตั้งชื่อแรกเริ่มว่า “Chouchou” (ชูชู) ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่มีความหมายว่า “ที่รัก” หรือ “ของโปรด”

2.ของขวัญจากสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง (ค.ศ. 1995)

จุดพลิกผันที่ทำให้กระเป๋าใบนี้กลายเป็นตำนานเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ปี 1995 เมื่อ Bernadette Chirac สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส ได้มอบกระเป๋า Chouchou รุ่นหนังสีดำให้เป็นของขวัญแก่ เจ้าหญิงไดอาน่า ระหว่างการเสด็จเยือนกรุงปารีสเพื่อร่วมงานนิทรรศการศิลปะที่ Grand Palais

3.การเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติ (ค.ศ. 1996)

เจ้าหญิงไดอาน่าทรงหลงรักกระเป๋าใบนี้ทันที และทรงใช้มันอยู่บ่อยครั้งในหลายโอกาสสำคัญทั่วโลก รวมถึงการเสด็จเยือนอาร์เจนตินา ภาพของพระองค์ที่ทรงถือกระเป๋าใบนี้ปรากฏไปทั่วหน้าสื่อ ทำให้กระเป๋าใบนี้กลายเป็นที่ต้องการของหญิงสาวทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

เพื่อเป็นการสดุดีและเป็นเกียรติแก่เจ้าหญิงผู้เป็นแรงบันดาลใจและเป็นผู้สร้างปรากฏการณ์ให้กับกระเป๋าใบนี้ Dior จึงได้เปลี่ยนชื่อกระเป๋าอย่างเป็นทางการจาก Chouchou เป็น “Lady Dior” โดยคำว่า “Lady” มาจากพระอิสริยยศเดิมของพระองค์ คือ Lady Diana Spencer ก่อนอภิเษกสมรส

Lady Dior

ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้อมตะ

เสน่ห์ที่ทำให้ Lady Dior เป็นกระเป๋าที่คลาสสิกเหนือกาลเวลาไม่ได้มีแค่เรื่องราว แต่มาจากองค์ประกอบการออกแบบที่สืบทอดมาจากรหัสของ Christian Dior เอง:

องค์ประกอบ

แรงบันดาลใจและที่มา

ลาย Cannage (คานนาจ)

ลายตารางไขว้ที่เย็บลงบนหนังอย่างประณีต มาจากลวดลายของ เก้าอี้สไตล์นโปเลียนที่ 3 (Napoleon III chairs) ที่ Christian Dior ใช้ในการจัดห้องรับรองแขกสำหรับแฟชั่นโชว์ครั้งแรก ๆ ในปี 1947

หูจับและรูปทรง

รูปทรงสี่เหลี่ยมคล้ายกล่องที่มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่แข็งแรง (Architectural Design) หูจับทรงโค้งมน และกระเป๋าที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถันจากช่างฝีมือ 7 คน

พวงกุญแจห้อย DIOR

ตัวอักษรโลหะ D.I.O.R. ที่ห้อยอยู่ที่หูจับ มีที่มาจากความเชื่อของ Christian Dior ที่มักเก็บ เครื่องรางนำโชค (Lucky Charms) ติดตัวอยู่เสมอ

Lady Dior ทำไมถึงฮิตมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน Lady Dior ได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อคงสถานะความเป็น “It Bag” ที่ไม่เคยตกยุค:

  1. ความหลากหลายของรูปแบบ (Sizes & Materials): มีการผลิตหลายขนาด ตั้งแต่ Micro, Mini, Small, Medium, ไปจนถึง Large รวมถึงการใช้วัสดุที่หลากหลาย เช่น หนังแกะ (Lambskin), หนังลูกวัว (Calfskin), ผ้า D-Lite ที่มีน้ำหนักเบา และหนังหายาก (Exotic Skins)
  2. โครงการศิลปะ (Lady Dior Art Project): Dior ได้เชิญศิลปินร่วมสมัยจากทั่วโลกมาสร้างสรรค์ผลงานศิลปะลงบนกระเป๋า Lady Dior ในแต่ละปี ทำให้กระเป๋าแต่ละใบกลายเป็นงานศิลปะสะสมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  3. การปรับโฉมให้ร่วมสมัย: มีการปรับดีไซน์ย่อย ๆ ให้เข้ากับยุคสมัย เช่น การเปิดตัวรุ่น Lady D-Joy ที่ปรับรูปทรงให้เป็นแนวนอน ทำให้ดูร่วมสมัยและใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น

ด้วยประวัติศาสตร์อันงดงามที่เชื่อมโยงกับสตรีผู้เป็นแรงบันดาลใจ และงานฝีมือระดับโอตกูตูร์ที่ไร้ที่ติ ทำให้ Lady Dior ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของ ความหรูหรา ความสง่างาม และการลงทุนที่คุ้มค่า ในโลกแฟชั่นตลอดไปนั่นเองครับ

ใครอยากซื้อกระเป๋าสักใบก็แนะนำ Lady Dior ได้เลยครับ แล้วจะรู้สึกเหมือนถูกหวยไวในชีวิตทันทีเลยล่ะครับ